จากดาวรุ่งสู่ “ราชาสปรินต์เอเชีย”
ใน 25 ไป 2026 ณ ลานมิซุโฮะโกะปาร์คเมืองนาโกย่า “บิว” ภูริพล บุญสอนที่จดจำประวัติศาสตร์วงกรีฑาเอเชียอย่างเป็นทางการในเจ้าตัววิ่งเข้าเส้นชัยในห้องโถงวิ่ง 100 เมตรชายด้วยเวลา 9.90 วินาที Su Bingtian 9.92 วินาที 2018
ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่เหรียญทองธรรมดาแต่เป็นเพียงการพิจารณาของไทยในเวท ีกรีฑาระดับที่เพิ่มขึ้นสี่เท่าของสภาแห่งสุชา·ชัย สุราบา ที่คว๊านทองคำในนเกมส์ 1978 ที่กรุงเทพฯ ไทยไม่เคยมีนักวิ่งชายที่ยืนบนความเป็นผู้นำของโพเดียม วิ่ง 100 เมตรอีกเลย
สองวันถัดมา วันที่ 27 กันยายน ภูริพลสร้างประวัติศาสตร์ซ้ำอีกครั้ง ด้วยการวิ่ง 200 เมตรในเวลา 19.88 วินาที ทำลายสถิติเอเชียนเกมส์ และทาบสถิติเอเชียที่谢震业ทำไว้เมื่อปี 2019 การคว้าเหรียญทองสองรายการในศึกเอเชียนเกมส์เดียวถือเป็น achievement ที่หาได้ยากยิ่งในประวัติศาสตร์กรีฑาไทย
ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้น overnight นักวิ่งวัย 20 ปีรายนี้เคยคว้าเหรียญเงินในเอเชียนเกมส์ 2022 ที่หางโจวเมื่อสามปีก่อน จากนั้นในเดือนธันวาคม 2025 เขากลายเป็นนักวิ่งชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คนแรกที่วิ่ง 100 เมตรได้ต่ำกว่า 10 วินาที ด้วยเวลา 9.94 วินาทีในซีเกมส์ครั้งที่ 33
มรดกและอนาคต: มากกว่าเหรียญทอง
ชัยชนะของภูริพลสะท้อนถึงการลงทุนระยะยาวของสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทยในการพัฒนานักกีฬาเยาวชน โดยเฉพาะการส่งนักวิ่งไปฝึกซ้อมในต่างประเทศ และการนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาปรับใช้อย่างจริงจัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา นายกสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงผลงานครั้งนี้ว่าเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ที่จะดึงดูดความสนใจของเยาวชนไทยให้หันมาสนใจกรีฑามากขึ้น
หลังการแข่งขัน ภูริพลให้สัมภาษณ์ด้วยความมั่นใจว่า “นี่เพิ่งจะเป็นจุดเริ่มต้น ผมต้องการล่าหลายเหรียญทองและสร้างสถิติเพิ่มเติม” คำกล่าวนี้บ่งชี้ว่าเป้าหมายต่อไปของเขาคือการแข่งขันในเวทีโลก ไม่ว่าจะเป็นชิงแชมป์โลกหรือแม้กระทั่งโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่ลอสแอนเจลิส







