ผลสำรวจใหม่จาก Milieu Insight เผย 6 ใน 10 ของคุณแม่ที่ทำงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประสบปัญหาในการหาเวลาให้กับทั้งเรื่องงานและครอบครัว

68% เชื่อว่าการทำงานที่บ้านและความสามารถเลือกระยะเวลาทำงานได้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการบรรลุความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและความก้าวหน้าในอาชีพ โดย 65% ของคุณแม่ที่ทำงานในภูมิภาคนี้มีหน้าที่รับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ในครัวเรือน

Image

สิงคโปร์, 8 พฤษภาคม 2567 – คุณแม่ที่ทำงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำเป็นต้องเรียนรู้เทคนิคการบริหารเวลามากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างคภาระหน้าที่ในด้านการงานและเรื่องส่วนตัว ตามข้อมูลจาก Milieu Insight บริษัทซอฟต์แวร์การวิจัยตลาดชั้นนำ ได้เผยแพร่ข้อมูลเชิงลึกจากการศึกษาล่าสุดเกี่ยวกับมารดาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในที่ทำงาน เนื่องในโอกาสวันแม่

แม้ว่าผู้หญิงในตลาดแรงงานจะได้รับโอกาสนับไม่ถ้วน แต่หลายคนก็เผชิญกับความท้าทายมากมาย จากรายงานของ McKinsey & Company1 พบว่ามีผู้หญิงมีส่วนร่วมประมาณ 36 เปอร์เซ็นต์ของ GDP ของเอเชีย ซึ่งสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยทั่วโลก และยังมีโอกาสอีกมากมายสำหรับผู้หญิงที่จะเพิ่มสัดส่วนในการส่งเสริมเศรษฐกิจในภูมิภาค

การศึกษาเชิงปริมาณที่ดำเนินการโดย ผ่านชุมชนผู้ตอบแบบสอบถามของ Milieu Insight ได้สอบถามความคิดเห็นของคุณแม่ที่ทำงานจำนวน 3,000 คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไทย

“แม้ว่าผู้หญิงจะมีส่วนสนับสนุนในการเติบโตทางเศรฐกิจของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่สัดส่วนในตำแหน่งผู้บริหารที่เป็นผู้หญิงก็ยังเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าสัดส่วนของผู้หญิงทำงานในภาพตลาดงานโดยรวม การศึกษาของเราชี้ให้เห็นถึงความท้าทายของผู้หญิงที่ทำงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในวันนี้ รวมถึงความสมดุลที่ยากจะจัดการระหว่างงาน และภาระผูกพันทางครอบครัว การดูแลตนเองท่ามกลางตารางงานที่วุ่นวาย และความรู้สึกผิดเมื่อให้ความสำคัญกับเรื่องงานมาก่อน อย่างไรก็ตาม แม้จะมีอุปสรรคเหล่านี้ คุณแม่ที่ทำงานในเอเชีย ก็พยายามปรับและใช้กลยุทธ์ต่างๆ เพื่อดำเนินชีวิตที่ซับซ้อนทั้งในด้านส่วนตัวและด้านอาชีพกันอย่างไม่ท้อถอย ในขณะที่เราเฉลิมฉลองวันแม่สากลนี้ ขอให้เราได้รับรู้และยกย่องถึงความแข็งแกร่งและการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของผู้เป็นแม่” กล่าวโดย จุดา คณาปราชญ์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ของ Milieu Insight

Image

การจัดสรรความลงตัวที่สุดหิน: งาน หรือ ครอบครัว

บรรดาคุณแม่ที่ทำงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะสร้างสมดุลให้กับทุกเรื่อง แม้ว่าโลกของการทำงานจะเปลี่ยนแปลงไปก็ตาม ผู้หญิง 6 ใน 10 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประสบปัญหาในการจัดการเวลาที่เพียงพอให้กับครอบครัว และเพียงพอกับงานที่ทำ

ในทำนองเดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ มีข้อมูลแสดงให้เห็นว่าคนเป็นแม่ชาวอเมริกัน มีการจัดการงานและครอบครัวในรูปแบบที่แตกต่างไป แต่เมื่อพูดถึงการจ้างงาน ความเป็นแม่กลายเป็นอุปสรรคในตลาดงาน ดูได้จากอัตราการจ้างงานเต็มเวลาของคนเป็นแม่ ต้องใช้เวลานานกว่าทศวรรษที่จะเห็นตัวเลขกลับมาเป็น 50%2

การดูแลตัวเองที่หาเวลาไม่ได้

นอกเหนือจากความท้าทายเหล่านี้แล้ว ยังมีเรื่องการดูแลตัวเอง ที่คนเป็นแม่หลายคนมักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ลืมไปได้เลย” ความรับผิดชอบที่จะทำงานให้ได้ดี และการทำหน้าที่แม่ให้สมบูรณ์ในทุกๆวัน มันเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะหาเวลามาไปทำสวย หรือดูแลสุขภาพฟอย่างจริงจัง เราพบว่า 42% ของผู้หญิงสิงคโปร์และเวียดนาม รายงานว่าการจัดลำดับความสำคัญความเป็นอยู่ของตนเองเป็นเรื่องยากมากขึ้น เมื่อต้องรับมือกับการแข่งขันในที่ทำงาน และยังต้องมีความรับผิดชอบในบทบาทของคนเป็นแม่ที่บ้าน ซึ่งสัดส่วนนี้เกินค่าเฉลี่ยในภาพรวมของภูมิภาคที่มีอยู่ 31%

การวิจัยครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นว่า 44% ของผู้ตอบแบบสอบถาม อยากให้ผู้คนเข้าใจความยากลำบากที่พวกเขาเผชิญในฐานะที่เป็นแม่ที่ต้องทำงานไปด้วยมากขึ้น

การขาดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานผู้หญิงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อสนับสนุนความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานที่ดีนั้นเป็นที่ต้องการอย่างมาก โดย 53% ของคนเป็นแม่ ที่ตอบแบบสอบถาม รู้สึกเป็นกลางหรือไม่พอใจกับนโยบายการลาคลอดบุตรในประเทศของตน การจัดหาทรัพยากรที่เพียงพอสำหรับการดูแลตนเอง และการส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีสำหรับคนเป็นแม่ สามารถช่วยบรรเทาความเครียดของคุณแม่ทำงาน และส่งผลต่อความพึงพอใจในการทำงานและประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมของพวกเขา

Image

1 ใน 5 ของคุณแม่ที่ทำงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รู้สึกถึงผลกระทบต่อหน้าที่การงาน

1 ใน 5 ของคุณแม่ที่ทำงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รู้สึกว่า การเป็นแม่มีผลกระทบในทางลบต่ออาชีพของพวกเธอ โดยสัดส่วนพบที่สูงที่สุดอยู่ที่สิงคโปร์คือ 40% แนวโน้มนี้อาจสอดคล้องกับความจริงที่ว่า 66% ของคุณแม่ที่ทำงานในภูมิภาคนี้ต้องรับผิดชอบงานบ้านจำนวนมาก ไหนจะต้องดูแลลูก ดูแลสามี ทำความสะอาดบ้าน ทำงานบ้านอื่นๆ และจัดทำอาหารให้กับคนในครอบครัวด้วย

ตัวเลขที่น่าสนใจอีกอันหนึ่งคือ ในสิงคโปร์พบว่า มีสัดส่วนของผู้หญิงที่รับผิดชอบดูแลบ้านแต่เพียงผู้เดียว อยู่ที่ 19% ซึ่งค่อนข้างต่ำมาก เมื่อเทียบกับ ตัวเลขในอินโดนีเซีย โดยที่ผู้หญิงในอินโดนีเซีย 43% แบกรับความรับผิดชอบในการดูแลบ้านเพียงลำพัง

ต่อให้รับมือได้ ถ้าเลือกเวลาทำงานแบบยึดหยุ่นได้ก็คงช่วยได้มาก

55% ของคุณแม่ที่ทำงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้เทคนิคการบริหารเวลาแบบทันสมัย เพื่อจัดการกับความซับซ้อนของระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว ด้วยการที่สิงคโปร์นำแนวทางการจัดการงานที่ยืดหยุ่นใหม่มาใช้ รวมถึงตัวเลือกการทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2024 แนวทางใหม่นี้นำเสนอวิธีการที่ก้าวหน้าในการสร้างความยืดหยุ่นในการทำงาน ซึ่งช่วยให้คุณแม่สามารถควบคุมตารางเวลาของตนเองได้มากขึ้น

68% ของคุณแม่ที่ทำงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เชื่อว่า การทำงานที่บ้านและการเลือกเวลทำงานที่ยืดหยุ่นได้ จะช่วยเพิ่มความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและการเติบโตทางอาชีพ โดยคนส่วนใหญ่ในสิงคโปร์ (75%) และฟิลิปปินส์ (77%) มีความคิดเห็นเช่นเดียวกัน

ความจำเป็นที่ต้องขยายวันลาคลอดแบบที่ไม่ต้องโดนเพ่งเล็ง

ประมาณ 1 ใน 2 ของคุณแม่ที่ทำงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องขยายเวลาลาคลอดหรือใช้การลาที่ไม่ได้รับค่าจ้างเพื่อดูแลลูกของพวกเธอ โดยเวียดนามมีเปอร์เซ็นต์สูงสุด (59%)

54% ของคุณแม่ที่ทำงานในสิงคโปร์ต้องการนโยบายการขยายวันลาคลอดบุตร เพื่อเป็นการช่วยเหลือคุณแม่ทำงานมากขึ้นเนื่องจากการลาคลอดที่ได้รับค่าจ้างได้ถูกจำกัดไว้ที่ 16 สัปดาห์ในสิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม ในบางบริษัท มีการตีตราคุณแม่ที่หยุดงานไปดูแลลูก เหมือนมีบทลงโทษพ่อแม่ที่ใช้วันลาคลอด

การวิจัยของ Milieu Insight ชี้ให้เห็นว่าด้วยความไม่แบ่งแยก ความยืดหยุ่นในเรื่องเวลาการทำงาน รวมไปถึงสถานที่ทำงานที่มีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้แม่มีลูก จะช่วยให้คนเป็นแม่ทำงานสามารถทำหน้าที่ในหน้าที่การงานของตนได้อย่างยอดเยี่ยมไปพร้อมๆ กับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะมารดาไปด้วย

การศึกษาวิจัยนี้ดำเนินการผ่านชุมชนผู้ตอบแบบสอบถามของ Milieu Insight โดยนำเสนอความเข้าใจที่ครอบคลุมเกี่ยวกับผู้หญิงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในที่ทำงาน โดยเน้นข้อมูลเชิงลึกและพฤติกรรมที่สำคัญ เริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 2 ถึง 12 เมษายน พ.ศ. 2567

  • Related Posts

    Neuron Digital และ BSI ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อเร่งการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในภาคส่วนสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง (Built Environment)

    ในยุคที่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง (Built Environment) Neuron Digital มีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบถึงก้าวสำคัญครั้งใหม่ของเรา เราได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) ร่วมกับ BSI (British Standards Institution) สถาบันมาตรฐานระดับโลก เพื่อผสานเทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะของ Neuron เข้ากับมาตรฐานความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือระดับสากลของ BSI ความร่วมมือนี้จะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับลูกค้าของเราได้อย่างไร? ยกระดับความมั่นใจ: การรวมนวัตกรรม AI ของเราเข้ากับมาตรฐานการรับรองของ BSI ช่วยให้มั่นใจได้ว่าเทคโนโลยีที่เรานำไปใช้กับอาคารของคุณนั้น มีความปลอดภัย แม่นยำ และน่าเชื่อถือสูงสุด เพิ่มประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน: เรามุ่งเน้นการใช้ข้อมูลเชิงลึกผ่านเทคโนโลยี…

    Öhlins พลิกโฉมความสง่างามแห่งการขับขี่ในเมือง ยกระดับความเหนือชั้นให้กับ Vespa Sprint, Primavera 150 และรุ่นอื่น ๆ ในซีรีส์

    มิถุนายน พ.ศ. 2569, จังหวัดชลบุรี ประเทศไทย – บริษัท เออห์ลินส์ เอเซีย จำกัด     เออห์ลินส์ (Öhlins) ยกระดับความต้องการสู่ที่สุดแห่งความเหนือชั้นของชีวิตคนเมือง ด้วยการเปิดตัวชุดอัปเกรดระบบกันสะเทือนระดับพรีเมียม สำหรับสกู๊ตเตอร์ไอคอนิก Vespa Sprint 150, Primavera 150 รวมถึงรุ่นต่าง ๆ ด้วยการผสานวิศวกรรมขั้นสูงที่ได้รับการพิสูจน์จากสนามแข่งเข้ากับสุนทรียภาพแห่งดีไซน์ระดับไฮเอนด์ Öhlins พร้อมที่จะเปลี่ยนการเดินทางในทุก ๆ วันของคุณให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนแฟชั่น เพราะภาพลักษณ์ที่ดูดีคือส่วนหนึ่งของตัวตนคุณ…

    You Missed

    Won the Project but Need Funds to Start? Here’s How Contractors Can Keep Projects Moving with PayNow

    Won the Project but Need Funds to Start? Here’s How Contractors Can Keep Projects Moving with PayNow

    Layanan Pinjaman Gadai BPKB Mobil: Aman, Syarat Mudah, dan Proses Cair Cepat di Tunai.co.id

    Layanan Pinjaman Gadai BPKB Mobil: Aman, Syarat Mudah, dan Proses Cair Cepat di Tunai.co.id

    Bitcoin Turun: Buy the Dip atau DCA, Strategi Mana yang Lebih Sesuai?

    Bitcoin Turun: Buy the Dip atau DCA, Strategi Mana yang Lebih Sesuai?

    BPBD Jakarta Selatan Dukung Penguatan Kesiapsiagaan Bencana melalui Simulasi Business Continuity Management BRI Region 6

    BPBD Jakarta Selatan Dukung Penguatan Kesiapsiagaan Bencana melalui Simulasi Business Continuity Management BRI Region 6

    Holding Perkebunan Nusantara Perkuat IKM Lokal, PalmCo Dorong Pandai Besi Jadi Pemasok Industri

    Holding Perkebunan Nusantara Perkuat IKM Lokal, PalmCo Dorong Pandai Besi Jadi Pemasok Industri

    Holding Perkebunan Nusantara Perkuat Kompetensi Petani melalui Kelas Budidaya Teh

    Holding Perkebunan Nusantara Perkuat Kompetensi Petani melalui Kelas Budidaya Teh